วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

Update ผลการประเมินสไลด์การตรวจเสมหะภายใต้กล้องจุลทรรศน์ของโรงพยาบาลในเขตรับผิดชอบของ สคร6 ขอนแก่น (24/9/2553)

สรุปเสร็จเมื่อไหร่จะนำมา Update น่ะครับ ตอนนี้จังหวัดไหนได้ผลอย่างไรเชิญชมกันเลยน่ะครับ



วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

ผู้ป่วยวัณโรค แร็พ ฮิตสนั่น

นายคริสเตียน แวน วูเรน ติดเชื้อวัณโรคระหว่างเดินทางไปเที่ยวแอฟริกาใต้ ทำให้ถูกกักตัวอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมภายในโรงพยาบาลซิดนีย์นับตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และต้องรักษาอาการด้วยการทานยาต้านเชื้อชุดใหญ่ (ความจริงเขาเคยถูกปล่อยตัวออกจากโรงพยาบาลครั้งหนึ่ง ในวันที่ 2 มกราคม แต่ไม่กี่วันหลังจากนั้นก็ถูกส่งตัวกลับเพราะอาการทรุดหนักลงอีกครั้ง ทั้งยังไอเป็นเลือดในห้องประชุม ทำให้ต้องอยู่แต่ในห้องกักกันโรคตราบจนกระทั่งทุกวันนี้)

ด้วยความที่รู้สึกเบื่อและต้องการฆ่าเวลา เขาเลยใช้วิธีติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกโดยผ่านทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งก่อนหน้าที่จะป่วยหนัก เขาไม่เคยเล่นเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ มายสเปซ และไม่เคยโพสต์คลิปลงยูทูปเลย ดังนั้น ช่วงแรกๆ เขาจึงติดต่อเพื่อนและญาติพี่น้องโดยผ่านทางโทรศัพท์และอีเมล์เท่านั้น

แต่พอเข้าโรงพยาบาลครั้งที่สอง แล้วพบว่าตัวเองต้องใช้ชีวิตในห้องสี่เหลี่ยมอีกอย่างน้อย 90 วัน เขาก็เริ่มสื่อสารกับผู้คนผ่านทางโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค จากนั้นก็เริ่มถ่ายทำคลิปสนุกๆ ของตัวเองโดยใช้ "แอปเปิ้ล แมคบุ๊ค โปร" ในการตัดต่อ แล้วทยอยนำมาโพสต์ลงในยูทูป โดยใช้ชื่อว่า "ฟูลลี่ ซิค แร็พเปอร์" (ปัจจุบันมี 11 คลิป)

แต่คลิปที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ เพลงที่เขาแร็พเกี่ยวกับประสบการณ์ในห้องกักกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา (ที่นำมาให้ชมด้านบน) ซึ่งปัจจุบันมีผู้เข้าชมมากกว่า 4 แสนคน ส่วนในเฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์ ก็มีแฟนๆ คอยติดตามและให้กำลังใจเขารวมแล้วเกือบ 1 หมื่นคน

ที่ผ่านมา มีสาวๆ เสนอตัวที่จะส่งรูปโป๊ของพวกเธอมาให้เขาดูเล่นแก้เซ็งหลายคน และมีผู้คนไม่น้อยที่ส่งข้อความให้กำลังมาให้ ทำให้แต่ละวันของเขาไม่น่าเบื่ออีกต่อไป และโปรเจ็คต่อไปของเขาก็คือการขายเสื้อยืดออนไลน์ โดยจะนำรายได้ทั้งหมดมอบให้แก่องค์การอนามัยโลก เพื่อนำไปใช้ในการต่อสู้กับวัณโรค

ถึงแม้ว่าเราจะได้เห็นเขาในภาพลักษณ์ที่สนุกสนาน (ในฐานะวิดีโอบล็อกเกอร์ และคนดังถูกสื่อต่างๆ สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์) แต่ความจริงแล้วเขาเป็นผู้ป่วยยังต้องต่อสู้กับโรคร้ายตามลำพังต่อไป โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่

หวังว่าเรื่องของเขาจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ป่วยทุกท่านมองโลกในแง่ดี มีกำลังใจในการต่อสู้โรคภัย และถ้าคิดหาอะไรสนุกๆ ทำได้ในระหว่างที่อยู่โรงพยาบาล อย่าลืมนำมาแชร์ให้เพื่อนๆ ทราบ เหมือนอย่างผู้ป่วยนักแร็พคนนี้

วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553

หมอชี้เชื้อวัณโรคดื้อยาอยู่ในห้องแอร์ได้เป็นวัน

หมอชี้ เชื้อวัณโรคดื้อยาอยู่ในห้องแอร์ได้เป็นวัน

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ประธานกรรมการกองทุนวิจัยวัณโรคดื้อยา เปิดเผยกับรายการห้องข่าวรับอรุณ เนชั่นชาแนล เกี่ยวกับโรควัณโรคดื้อยา ซึ่งขณะนี้พบผู้ป่วยในไทยแล้ว 80 คน ว่า มีการดื้อยารุนแรง ปัญหาใหญ่ของวัณโรคดื้อยาคือเมื่อเพาะเชื้อพบก็บอกแค่วัณโรค ไม่ได้วิเคราะห์ให้ลึกลงไป ขณะนี้แล็บทั่วประเทศมีไม่เพียงพอ สำหรับยาที่ได้ผลในการรักษามีประมาณสิบกว่าชนิด แต่ถ้ารักษาไม่หายก็ต้องปรับระดับไปตามความเหมาะสม สำหรับการติดต่อนั้นติดต่อง่าย สามารถแพร่กระจายได้ในอากาศ โดยเฉพาะบริเวณที่ใช้เครื่องปรับอากาศนั้นเชื้อล่องลอยอยู่ได้เป็นวัน การนั่งรถประจำทางปรับอากาศก็มีอัตราเสี่ยง 4-5 แถวที่นั่งใกล้ผู้ป่วย ทั้งนี้การป้องกันที่ดีที่สุดคือเมื่อผู้ป่วยต้องปิดปากปิดจมูกขณะไอจาม รวมถึงการกินยาให้ครบถ้วน หากมีอาการแพ้ยา คลื่นไส้ ให้แจ้งแพทย์เพื่อปรับตัวยา สำหรับต่างประเทศที่มีการกักตัวผู้ป่วยนั้นมีกฎหมายรองรับ แต่ในประเทศไทยใช้ได้เพียงการขอความร่วมมือจากผู้ป่วย


ที่มา :http://www.mitthai.com/forum/viewtopic.php?f=11&t=386

ไต้หวันประดิษฐ์อุปกรณ์ตรวจเชื้อวัณโรครู้ผลภายใน 5 นาที

ไทเป 29 มี.ค.- นักวิทยาศาสตร์ไต้หวันเปิดตัวอุปกรณ์ที่เขาอ้างว่าเป็นเครื่องมือตรวจเชื้อ แบคทีเรียวัณโรคราคาถูก ทรงประสิทธิภาพครั้งแรกของโลก สามารถรู้ผลได้ภายใน 5 นาที

ศ.ไหล ซินชี หัวหน้าคณะเทคโนโลยีชีวภาพการแพทย์และวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการคลินิก มหาวิทยาลัยฉางกุง เผยหลังการสัมมนาเนื่องในวันวัณโรคโลก ตรงกับวันที่ 24 มีนาคมของทุกปีว่า อุปกรณ์นี้คล้ายเครื่องมือตรวจการตั้งครรภ์ สามารถระบุจากตัวอย่างของผู้ต้องสงสัยติดเชื้อวัณโรคว่าติดเชื้อจริงหรือไม่ หากใช้โดยผู้เชี่ยวชาญจะมีความแม่นยำถึงร้อยละ 98 เทียบกับอุปกรณ์ปัจจุบันมีความแม่นยำเพียงร้อยละ 50-60

ศ.ไหล อ้างว่า อุปกรณ์ของเขาแม่นยำสูงเพราะตรวจหากรดนิวคลีอิกซึ่งเป็นสารพันธุกรรมของ วัณโรค ขณะที่อุปกรณ์ปัจจุบันตรวจหาแอนติบอดี้ซึ่งเป็นสารโปรตีนจำเพาะที่ร่างกาย สร้างขึ้นต่อต้านเชื้อวัณโรค การตรวจในห้องทดลองของโรงพยาบาลกินเวลานานถึง 8 สัปดาห์กว่าจะทราบผล แต่อุปกรณ์ของเขาใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที และมีต้นทุนการผลิตชุดละ 50 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 51 บาท) เทียบแล้วถูกกว่าการตรวจแบบปัจจุบัน ศ.ไหล เผยว่า ได้จดสิทธิบัตรในไต้หวันแล้วและกำลังขอจดสิทธิบัตรในสหรัฐ


ที่มา : http://politics.spiceday.com/redirect.php?tid=155007&goto=lastpost&sid=oZqlHX

กระบวนการเพาะเลี้ยงเชื้อวัณโรค งานชันสูตรโรค สคร6.ขอนแก่น

วันนี้ขอนำขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเชื้อวัณโรคของงานวัณโรค สคร6.ขอนแก่น มานำเสนอแก่ผู้อ่านทุกท่านเพื่อจะได้เข้าใจกระบวนการต่างๆที่ปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งบางขั้นตอนก็ปฏิบัติอยู่ บางขั้นกำลังจะเริ่มปฏิบัติในเร็วๆนี้

แผนภูมิแนวทางเวชปฏิบัติเรื่องวัณโรค

แผนภูมิที่ 1. การดูแลรักษาผู้ป่วยโรควัณโรค


แผนภูมิที่ 2. การดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรคขาดยา


แผนภูมิที่ 3. การดูแลรักษาภาวะแทรกซ้อนต่อตับในผู้ป่วยวัณโรค


ที่มา
http://www.doctor.or.th/node/7403

เอกสารแนะนำอ่านเพิ่มเติม
1. สมาคมปราบวัณโรคฯ, กรมควบคุมโรคติดต่อ, และสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย. แนวทางการวินิจฉัยและรักษาวัณโรคในประเทศไทย (ฉบับปรับปรุงครั้ง ที่ 2), กรุงเทพฯ 2543.
2. World Health Organization. Treatment of tuberculosis : guidelines for national programmes, second edition, 2003.
3. American Thoracic Society/Centers for Disease Control and Prevention/Infectious Diseases Society of America. Treatment of tuberculosis. Am J Respir Crit Care Med 2003;167:603-62.

สธ.ปรับแนวทางปราบวัณโรคใช้ยาเม็ดรวมหลายขนานรักษา ลดลืมกินยา โอกาสหายขาดสูง

สธ. เผยขณะนี้ไทยยังติด 1 ใน 22 ประเทศในโลกที่มีวัณโรคชุก มีผู้ป่วย 120,000 คน ร้อยละ 16 ติดเชื้อเอชไอวีด้วย มีผู้ป่วยกว่า 4 หมื่นคนสามารถแพร่เชื้อติดคนอื่นได้ เร่งปรับแนวทางแก้ไขปัญหา ดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ และใช้ยารักษาวัณโรคชนิดเม็ดรวมหลายขนาน กินง่าย โอกาสหายขาดสูง ลดปัญหาขาดยาและเชื้อดื้อยา โดยในปีนี้องค์การอนามัยโลกได้สนับสนุนยาน้ำรักษาวัณโรคในเด็กกว่า 3 ล้านบาท ตั้งเป้าเพิ่มอัตราผู้ป่วยกินยารักษาครบสูตรและหายขาดให้ได้เท่ากับเกณฑ์สากลคือร้อยละ 85

วันนี้ (7 กรกฎาคม 2553) เวลา 09.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาวิชาการวัณโรคและโรคระบบการหายใจระดับชาติ ครั้งที่ 8 เรื่อง “การควบคุมวัณโรคในประเทศไทย” เนื่องในวาระครบรอบ 75 ปี สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพมหานคร ผู้ร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านวัณโรคในกทม.และต่างจังหวัด โรงพยาบาลเอกชน คณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัย รวมทั้งกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเพิ่มพูนความรู้เป็นเครือข่ายในการป้องกันและรักษาวัณโรค

นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้องค์การอนามัยโลก ได้จัดให้ไทยเป็น 1 ใน 22 ประเทศที่มีปัญหาการควบคุมวัณโรค โดยไทยมีผู้ป่วยวัณโรคประมาณ 120,000 คน ร้อยละ 90 เป็นผู้ป่วยใหม่ที่สามารถแพร่เชื้อติดคนอื่นได้ 44,000 คน เสียชีวิตปีละประมาณ 13,000 คน และพบผู้ป่วยรายใหม่ติดเชื้อวัณโรคชนิดดื้อยาหลายขนานประมาณ 2,800 คนหรือร้อยละ 1.7 ปัญหาหลักที่ทำให้ประเทศไทยประสบปัญหาควบคุมวัณโรค เกิดเนื่องจากผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี ซึ่งพบว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวีร้อยละ 16 ติดเชื้อวัณโรคด้วย และอัตราการได้รับรักษาด้วยยาวัณโรคติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือนของผู้ป่วยครบตามสูตร ซึ่งจะทำให้หายขาดมีความครอบคลุมเพียงร้อยละ 83 ต่ำกว่าเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 85 นอกจากนี้ยังมีปัญหามีแรงงานต่างด้าวที่ติดเชื้อวัณโรคเข้ามาในประเทศจำนวนมาก ทำให้การควบคุมยุ่งยากขึ้น

นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าวต่อไปว่า ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้ปรับแนวทางควบคุมโรควัณโรค โดยดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลในสังกัดอื่นๆ และสมาคมปราบวัณโรค ร่วมค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ เพื่อให้การรักษาหายขาด มีความครอบคลุมเพิ่มขึ้น โดยใช้ยาเม็ดชนิดรวมหลายขนานทั้งในใหญ่และเด็ก ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยกินยาง่าย ลดปัญหาลืมกินยาและขาดยาได้ ในปีนี้องค์การอนามัยโลกได้สนับสนุนยาน้ำรักษาในเด็กซึ่งยังไม่มีการผลิตในประเทศไทยมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ใช้รักษาเด็กด้วย นอกจากนี้จะร่วมมือกับนานาชาติศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนายา วัคซีนและเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมป้องกันมากยิ่งขึ้น หากผู้ป่วยได้รับการรักษาครบสูตร ครอบคลุมมากกว่าร้อยละ 85 จะทำให้การควบคุมวัณโรคมีโอกาสประสบผลสำเร็จสูง ปัญหาอื่นๆเช่น การขาดยา เชื้อดื้อยา และการเสียชีวิตของผู้ป่วยจะลดลง ซึ่งจะสามารถลบชื่อประเทศไทยออกจากบัญชีพื้นที่วัณโรคชุกได้สำเร็จ

ทั้งนี้ ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งรัดให้ทุกจังหวัดค้นหาผู้ที่เสี่ยงป่วยวัณโรคสูงเช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ต้องขังในเรือนจำ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง เป็นต้น ทำให้สามารถค้นหาได้มากขึ้นถึงร้อยละ 74 ขณะนี้มีผู้ป่วยวัณโรคขึ้นทะเบียนเกือบร้อยละ 90

ที่มา: ผู้จัดการ

วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ตรวจวัณโรคอย่างง่ายโดยใช้ LAMP test

www.dmsc.moph.go.th


"วัณโรค" โรคติดต่อร้ายแรง หากรู้ช้า โรคลุกลาม ถึงชีวิต!

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้พัฒนา วิธีตรวจวัณโรคแบบเร็วหรือ LAMP test
เป็นการตรวจเสมหะ โดยตรง ให้ผลถูกต้อง รวดเร็ว จากที่ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์
ลดเหลือเพียง 2 ชั่วโมง มีความไวและความจำเพาะสูง โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือซับซ้อนอื่นที่มีราคาแพง
เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจวินิจฉัยโรค เหมาะสมที่จะนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป อ่านผลตรวจง่าย
เพียงสังเกตสีด้วยตาเปล่า หรือตรวจการเรืองแสงภายใต้ UV
ด้วยต้นทุนที่ประหยัด เพียง 200 บาท แต่สามารถช่วยให้ค้นพบผู้ป่วยได้มากขึ้น
และสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที มิให้เป็นผู้แพร่เชื้อต่อไป

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ห่วงใย เตือนภัย สุขภาพ โทรศัพท์ 0-2591-1707